About-Dollfie

free html hit counter


สวัสดีค่า!! ^3^

หายหน้าไปนานเลย (ร่วมครึ่งปีได้) ถ้าใครที่ติดตามเวบอื่นๆอยู่คงทราบว่าไม่ได้อู้ไปไหนนะคะ ก็อยู่แถวนี้แหละค่ะแต่งานรัดตัวจนอยากมีเวลาวันละ 50 ชั่วโมงจัง

ที่ได้ฤกษ์มาโพสต่อได้เพราะเมื่อคืนไปประมูล dollfie มาค่ะ แรกสุดเกิดจาก Domuya บริษัทผลิตตุ๊กตาซึ่งขึ้นชื่อในรุ่น Flexi body ความสามารถพิเศษคือโพสได้อลังการเหมือนจริงอย่างแรงเขาลดราคา 50% ล้างสต็อคเพราะจะเลิกผลิต Flexi body แล้วค่ะ

เธอโพสได้ขนาดนี้เลยค่ะ (ภาพจาก DoA)

ท่านี้ต้องใช้ความสมดุลของข้อต่อเป็นอย่างสูง แดเนียลแค่ยืนสองขาพิงผนังยังจะล้มเลยค่ะ

นอนคุดคู้โชว์ข้อเข่า double joint ซึ่งแดเนียลทำไม่ได้ จะนั่งให้เข่าเป็นมุมฉากยังยากค่ะ งอแขนขนาดนี้นี่ต้องเอาหนังยางรัดสถานเดียว

สุดยอดท่านั่งกอดเข่า super pose!!! ขอบอกว่าสุดยอดมากๆ!!

แต่...แม้จะลดครึ่งราคาแต่ก็สนนตัวละ $200 (ประมาณ 6,500 บาท) เลยทีเดียว ยังไม่รวมค่าระบายสีตัวให้กล้ามดูกำยำอีก $50 กับค่าส่งอีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้นก็จัดว่าแพงพอดู

ความที่แดเนียลของเราโพสห่วยมากก็เลยอยากได้ Flexi body มาเปลี่ยนค่ะ (โดยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต่อกับหัวแดเนียลได้รึเปล่า...แต่อยากได้นี่นา) แต่เหมือนสวรรค์ยังเมตตาทำให้เวบไซท์ของ Domuya ล่มสนิทไปเกือบสัปดาห์ ระหว่างนี้เลยหอบเงินไปหาใน yahoo auction Japan ซึ่งเป็นเวบประมูลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นค่ะ เผื่อจะเจอของถูก

แรกสุดไปเจอคนเอา E-an มาขายค่ะ (เป็นน้องใหม่ล่าสุดของ Dream of Doll) สวยดุเผ็ด แถมมีหัวตาปรือ (Tender E-an) แยกประมูลด้วย!!! ถึงตอนนี้ Flexi body อะไรไม่สนแล้วค่ะ เค้าจะเอา E-an!!! (ภาพนี้จาก DoD)

ปรากฏว่ากดประมูลไปถึง 70,000 เยน ($565) ก็ชักใจเสีย แม้ว่าราคาเต็มของเธอจะแพงกว่านี้เป็นร้อยดอลล่าร์ แต่หากต้องเสียค่าส่งกับค่าคอมมิชชั่นให้นายหน้าประมูล...ซื้อของใหม่ดีกว่า จึงยอมรามือแต่โดยดีค่ะ (คาดว่าคู่แข่งคงโล่ง)

ย้อนกลับมาที่ Domuya ลดล้างสต็อคอีกครั้ง...ยังล่มอยู่...เลยนั่งจ๋อย

แต่ปรากฏว่ามี limited สามช่าแห่ง DoD ออกมาประมูลค่ะ!!

เขาคือ Limied Full Set Camine, Lahoo,และ Shall มีรุ่นละ 60 ตัวทั่วโลกซึ่งราคาตอนแรกขายเท่าไหร่ไม่รู้ (เพราะตอนนั้นยังไม่รู้จัก dollfie) แต่เคยเห็นประมูลราคาสูงสุดอยู่ที่ราวๆ $1,400 ก็เลยคิดว่างานนี้เราอาจมาล้มละลายที่นี่แทนค่ะ

ระหว่างประมูลเมื่อคืน

ท่านอู้สคุง: ตกลงเอาแฟนมาให้แดเนียลใช่มะ

ffman: ....ตัวผู้หญิง (น้อง Shall) พุ่งไป 81,000 เยนแล้วอ้ะ สงสัยจะไม่ไหว

ท่านอู้สคุง: แล้วจะซื้อผู้ชายมาให้แดเนียลเนี่ยนะ

ffman: ...ก็เมื่อกี้ยังสี่หมื่น ตอนนี้ก็เพิ่งห้าหมื่น..แต่..(refresh อีกรอบ) 6 หมื่นซะละ..อ้าว..หกหมื่นห้า เฮ้ย! หกหมื่นหก อ๊าก!! หกหมื่นเจ็ด!!! (เสียสติไปเล็กน้อย)

ท่านอู้สคุง: อย่าเอาเลย...แพงขนาดนี้

ffman:...สายไปแล้ว เค้ากดไป 71,000 เยนแล้วอ้ะ (มือมันไว)

ท่านอู้สคุง:.....(คงคิดในใจว่าตามใจเอ็ง)...แล้วก็เดินไปขึ้นบ้านนอน

หึหึ..บวกค่าคอมมิชชั่นแล้วสงสัยว่าอาจจะซื้อปุ๊บขายปั๊บค่ะ แพงขาดใจจริงๆ

แต่รอได้มาอยู่ในมือก่อนแล้วจะเล่าให้ฟังนะคะว่าได้ตัวไหน ^^


อู้มานาน เข้าเรื่องการสั่งซื้อจาก eBay บ้างค่ะ

eBay คืออะไร?

อีเบย์ก็คือตลาดประมูล online ดีๆนี่เองค่ะ สาขาใหญ่อยู่ในอเมริกา เราก็สามารถประมูลข้ามไปอเมริกาได้ค่ะ ในทางกลับกับอีเบย์ก็มีเหมือนสำนักงานลูกอยู่ในประเทศต่างๆ แต่ละประเทศก็จะมีค่าธรรมเนียมการขายสินค้าต่างกันนะคะ ที่สิงคโปร์วางฟรีเลยค่ะ ในระหว่างที่อเมริกาเสียค่าวางโหดพอดู อย่างไรก็ตามอีเบย์ก็เป็นเวบไซท์ประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ

พร้อมจะลุยอีเบย์ไหมคะ งั้นไปกันเลยค่ะ!!

แรกสุดเราก็ต้องเข้าไปอีเบย์ส่วนที่ขาย dollfie จิ้มที่นี่ เลยค่ะ หน้าจอนี้จะปรากฏขึ้นมา

นี่เฉพาะของที่ "ประมูล" นะคะ ยังมีของวางใน shop อีกแต่จะไม่ปรากฏค่ะ keyword ในการค้นหาคือ dollfie ซึ่งอนุมานว่าน่าจะครอบคลุมพอควร อยู่ในหมวด doll and bear และต้องติ๊ก worldlwide ด้านซ้ายมือด้วยนะคะไม่งั้นเราจะได้แต่ของที่ขายในอเมริกา (ทั้งที่ฮ่องกงถูกกว่าเยอะ)

ด้านซ้ายสุดจะเป็นภาพสินค้า ถัดมาเป็น title ถัดไปอีกคือรับ paypal หรือเปล่า ถัดไปเป็นจำนวนผู้ประมูล (bid) ในขณะนั้น ถัดไปคือราคาสินค้า ถัดไปคือค่าส่ง และสุดท้ายคือเวลาที่เหลือก่อนปิดประมูลค่ะ ลองคลิกเข้าไปนะคะ

สมมุติเราอยากซื้อชุดกับรองเท้าให้ลูกเรา คลิกก็จะเจอหน้านี้ค่ะ

มองตั้งแต่ title เลยค่ะ outfit (ชุด) + shoes (รองเท้า) ต้องระวังเสมอเพราะในรูปเราจะเห็นของหลายอย่าง อ่านดีๆค่ะว่าเขาให้อะไรมาบ้าง ชุดนี้ขนาดสำหรับ SD ดังนั้นแดเนียลเป็น DOT จึงใส่ไม่ได้

ดูรูปบ้างค่ะ รูปนี้เป็นชุดของ HZ ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ชาวจีน เขามีนายหน้าช่วยขายอยู่ที่ออสเตรเลียด้วย แต่เขาก็มีร้านของเขาเองใน eBay china ค่ะ ดังนั้นชุดนี้ไม่ใช่ HZ ขายแน่นอน น่าจะเป็นของมือสองเอามาขายต่อ

ราคาเป็น GBP คือปอนด์อังกฤษค่ะ ต้องระวังมากๆและคิดค่าเงินดีๆนะคะ ส่วนใหญ่จะมีค่ากลางเป็น US$ ให้ด้วยค่ะ ชุดนี้ร้อยยี่สิบกว่าดอลล่าร์ นับว่าคุ้มเพราะแค่ชุดอย่างเดียวราคาซื้อประมาณ 119 $ ค่ะ (ควรรู้ราคาตลาดบ้าง) รองเท้า 50$ แต่ค่าส่งน่าจะกระอักเลือด

บรรทัดล่างมาหน่อย Shipping cost หมายถึงค่าส่งค่ะ เขาอาจให้ตายตัวมาเลย แต่เจ้านี้เขียนแต่ค่าส่งไปอเมริกาค่ะ เราส่งมาไทยอาจต้องคำนวณเองหรือเมล์ถามคนขายค่ะ วิธีคือคลิก Ask Seller Question ด้านขวามาหน่อยแล้วถามได้เลยค่ะ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนขายที่ดีหรือไม่ เห็นชื่อเขาด้านขวาแล้วมีวงเล็บตัวเลขกับดาวใช่ไหมคะ นั่นคือ feedback ค่ะ เข้าไปอ่านได้ว่าคนอื่นซื้อแล้วให้ feedback อย่างไร ถ้า 100% positive เขาจะได้เป็น power seller ค่ะ แสดงว่าเราไว้ใจได้ว่าไม่น่าเบี้ยว

แต่อยากประมูลให้กดปุ่มสีน้ำเงิน place bid แล้วใส่จำนวนเงินที่ต้องการเลยค่ะ แต่ถ้าอยากรอดูก่อนแต่กลัวลืมว่าอยู่หน้าไหน ให้กด watch this item นะคะ (ต้อง register เป็นสมาชิก eBay ก่อนค่ะ ฟรีค่ะ)

ล่างอีกหน่อย payment method คือวิธีชำระเงินค่ะ วิธีที่นิยมซึ่งเราควรรู้จักคือ

Paypal: เป็นเวบตัวกลางจ่ายเงินที่ได้รับความนิยมมาก

cc: คือเครดิตการ์ดค่ะ VISA และ Master card ปลอดภัยมากๆเพราะเขามีระบบ verify ตรวจสอบก่อนเสมอ ส่วนบัตรอื่นไม่แน่ใจค่ะ ไม่แนะนำเนื่องจากเราก็ไม่รู้ว่าผู้ขายเขาจะเอาเบอร์บัตรเราไปรั่วที่ไหนบ้าง เว้นแต่เขาใช้เวบไซท์ตัวกลางคล้าย paypal เช่น Kagi.com

IPMO: ย่อมาจาก International Postal Money Order หรือธนาณัติระหว่างประเทศ ส่งได้ที่ไปรษณีย์ ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 3,000 บาทแรกคือ 400 บ.เลยค่ะ (แพงอ้ะ)

Western Union: เป็นธนาณัติประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในไทย ค่าธรรมเนียมสำหรับการส่งเงินเยอะๆน่าจะถูกกว่า IPMO และรวดเร็วสะดวกกว่ามากค่ะ หาได้ตามไปรษณีย์, ธนาคารบางแห่ง, และห้างสรรพสินค้าค่ะ

Cheque: เช็คนั่นเอง ต่างประเทศอาจจะยุ่งยากหน่อย ffman ไม่เคยใช้ค่ะ เคยแต่รับ รอเคลียริ่ง 45 วัน...แก่พอดี

Cash: คือใส่เงินสดห่อหนาๆแล้วส่งทางจดหมายลงทะเบียนค่ะ เราต้องไปแลกดอลล่าร์ที่ธนาคารก่อนแล้วใส่ซองค่ะไม่ควรใช้เนื่องจากเราไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันว่าเราส่งได้เลย ที่สำคัญผิดกฎหมายนะคะ

นอกจาค่าสินค้าแล้ว ค่าส่งถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งของการสั่งซื้อเลยค่ะ (มันแพง) ให้เลื่อนลงมาดูล่างๆของหน้าจอ เราจะเจอค่าส่งค่ะ

Shipping cost หมายถึงค่าจัดส่ง ส่วน handling cost คือค่าจัดการและค่าหีบห่อ มักเก็บสำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่และหิ้วไปส่งลำบากค่ะ ส่วนใหญ่เขาจะรวมกันเลยกับค่าส่งเพื่อไม่ให้ลูกค้าโวยวายว่าทำไมค่าส่งแพงกว่าอัตราปกติของไปรษณีย์ ถ้าเขามี drop down box แบบนี้ให้เราเลือกประเทศไทยเพื่อคำนวนค่าส่งค่ะ วิธีที่ใช้ก็มีมากมายหลายแบบ แต่เอาแบบพื้นๆที่เจอในไทยนะคะ

EMS: แพงสุดเร็วสุด (4 วัน) สามารถติดตามสถานะพัสดุจากเวบไซท์ได้ทุกขั้นตอนค่ะ มี code ให้ชัดเจน ดังนั้นวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ขายสบายใจ ผู้ซื้อก็สบายใจค่ะ

Air mail: ราคาประมาณ 2/3 ของ EMS ใช้เวลาส่ง 1 สัปดาห์ มีแบบ register คือลงทะเบียนด้วยค่ะ ปลอดภัยขึ้นมาหน่อยแต่ติดตามสถานะไม่ได้ค่ะ

SAL: ราคาประมาณ 1/3 ของ EMS ใช้เวลาส่ง 2 สัปดาห์ ไม่ลงทะเบียนค่ะ หายขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าคนขายเบี้ยวไม่ส่งหรือหายกลางทาง

Surface: คือเรือค่ะ ใช้เวลาส่ง 4 สัปดาห์ เหมาะกับการส่งสินค้าที่หนักเป็นสิบกิโลกกรัมค่ะเนื่องจากราคาถูก แต่ไม่เหมาะกับการส่งของเบาๆหรือชิ้นเล็กเพราะราคาเริ่มต้นแพงมากค่ะ

ส่วนใหญ่เราต่อรองกับผู้ขายได้ว่าต้องการให้ส่งแบบไหน ถ้าซื้อเสื้อผ้า แค่ registered airmail ก็พอแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นตุ๊กตา แนะนำ EMS เนื่องจากแตกหักสูญหาเราสามารถเรียกค่าเสียหายได้ค่ะ

ถ้ามั่นใจว่าจะซื้อ เราก็คลิก place bid หรือตั้งราคาประมูลได้เลยค่ะ ต้อง register(สมัครสมาชิก) หรือ sign in เข้าไปก่อนนะคะ

แค่นี้เอง ไม่ยากนะคะ ลุยได้เลยค่ะ!!

มาถึงอีกเรื่องที่คนสงสัยคือ Paypal ค่ะ

Paypal เปรียบเสมือนธนาคาร online ค่ะ เราสามารถเปิดบัญชีโดยใช้ email address ของเราแทนตัวเรา ฝากเงินได้โดยใส่ข้อมูลบัตรเครดิตลงไป ตอนซื้อของผ่าน paypal เขาก็จะตัดเงินบัตรเครดิตของเราอัตโนมัติ แต่พอมีคนส่งเงินให้เรา เงินจะอยู่ในบัญชีของเราค่ะ ทางเดียวที่ถอนได้คือต้องถอนผ่านธนาคารในอเมริกา

สำหรับคนไทย ธนาคารกรุงเทพฯมีสาขาในอเมริกาค่ะ ให้เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ แล้วนำบัญชีนี้ไปให้สาขาใหญ่ๆที่มีฝ่ายต่างประเทศรับรอง หลังจากนั้นเราจะสามารถโอนเงินจาก paypal เข้าบัญชีธ.กรุงเทพสาขาอเมริกา แล้วโอนข้ามประเทศกลับมาไทยได้ค่ะ

ffman ไม่เคยทำเพราะมีเหลือเท่าไหร่ก็ใช่หมดไม่ทันถอนซักที

เวลาใช้ เราต้องผูกบัตรเครดิตเราไว้กับ paypal ด้วยเพื่อให้เขาตัดเงินได้ทันทีค่ะ หรือจะฝากเงินไปเก็บไว้ก่อนก็ได้ (แต่ไม่รู้จะฝากทำไม ซื้อทีจ่ายทีดีกว่า)

แล้วทำไมต้องใช้ paypal ทั้งที่มันก็ตัดบัตรเครดิต ใช้บัตรไปเลยไม่ดีกว่าเรอะ?

คำตอบคือเรากลัวโดนขโมยข้อมูลบัตรไงคะ การจ่ายผ่าน paypal ทำให้ผู้ขายไม่มีโอกาสรู้ข้อมูลบัตรเครดิตเราเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ

แล้ว paypal มีรายได้จากไหน

มันรวยค่ะ ทุกครั้งที่ส่งเงินให้ผู้ขาย ผู้ที่รับเงินจะโดนหักค่าธรรมเนียมประมาณเกือบ 5% แล้วแต่วงเงิน ดังนั้นผู้ขายบางคนจึงคิดค่าธรรมเนียม paypal 5% เพิ่มอีกแยกต่างหากจากราคาสินค้าด้วยค่ะ เช่น ซื้อของ95 ดอลล่าร์ เขาจะให้เราส่งเงินไป 100 ดอลล่าร์เพราะต้องโดนหักอีกประมาณ 5 ดอลล่าร์ค่ะ

สมัครอย่างไร?

เราต้องมีบัตรเครดิตค่ะ เริ่มต้นเราจะใช้เงินได้ไม่เกิน 100$ เพราะเรายังไม่ได้ verify สถานะของเรา แต่หลังจากใช้ไป 1 ครั้ง paypal จะส่งรหัสลับให้ในใบเสร็จของบัตรเครดิต (โทรถามธนาคารได้เลยว่ารหัสอะไร) เราต้องเอารหัสนั้นมา verify ว่าเรามีบัตรนี้และเป็นเจ้าของบัตรจริงๆนะ เพื่อให้ได้เป็น verified-member และใช้เงินได้เกิน $100 ค่ะ

ส่งเงินให้ผู้ขายอย่างไร?

คลิก send money แล้วใส่ email ของผู้ขายค่ะ (เอาอีเมล์ที่เขาใช้ในการรับเงินนะคะ ไม่ใช่เมล์ไหนก็ได้) ซึ่งเขาจะบอกเราค่ะ หรือเขาอาจส่งใบเรียกเก็บเงินผ่านทาง paypal มาก็ได้ เราก็แค่เช็คแล้วจ่าย จบค่ะ ง่ายสุดๆ

ปลอดภัยแค่ไหน?

ขึ้นกับว่าเครื่องเราจะไม่ติดไวรัสรุ่นถอดรหัสค่ะ เพราะการรับส่งเงินโดย paypal เราต้อง log in โดยแค่ใส่อีเมล์เรากับ password ค่ะ รักษา password ยิ่งชีพนะคะ เรื่องอื่น ffman ใช้ password แค่ 6 ตัว แต่ paypal นี่ใช้ถึง 13 ตัวและซับซ้อนสุดๆ (จนบางครั้งลืมเอง)

ถ้าคนขายรับตังค์แล้วไม่ส่งของล่ะ

ffman โดนมาแล้วกับตัวค่ะ paypal เป็นระบบที่ปลอดภัยสำหรับผู้ซื้อแต่โคตรเขี้ยวสำหรับผู้ขาย ถ้ามีอะไรไม่พอใจ เช่น ของพัง ไม่ถูกสเป็ค ส่งไม่ถึง ฯลฯ เราสามารถแจ้ง paypal ให้ยึดเงินคืนได้ค่ะ เราเรียกว่า paypal dispute ต้องร้องเรียนใน 21 วันหลังจ่ายตังค์นะคะ และร้องเรียนได้แค่ครั้งเดียวต่อหนึ่งคดีค่ะ เขาจะมีทีมพิจารณาไกล่เกลี่ยให้ ถ้าดูรูปการณ์แล้วไกล่เกลี่ยไม่ได้ ก็ต้องดูว่าใครผิด ถ้าคนขายผิดแต่ไม่ยอมรับ (เช่น เขาบอกว่าเขาส่งของแล้วแน่ๆแต่ไปรษณีย์ส่งไม่ถึงเอง เขาก็ต้องว่าเขาไม่ผิด)paypal อาจจ่ายเงินชดเชยให้เราบางส่วนแล้วปิดบัญชีกับผู้ขายรายนั้นเลยค่ะ แต่ถ้าผู้ซื้อผิด ก็ไม่ต้องชดเชยเท่านั้น

กรณีของ ffman คือจ่ายตังค์แล้วไม่มี response เลย paypal เลยจ่ายเงินคืนให้ 95% ค่ะ แต่เดือนนึงต่อมาผู้ขายก็ติดต่อว่าเขาลืมเช็คเมล์ เขาเลยส่งของมาให้และขอให้เรายกเลิกคดี ffman ก็เลยยกเลิกและส่งเงินให้เขาอีกค่ะ 95% เท่ากับที่เราได้คืนค่ะ เป็นอันว่าหายกัน

แต่คดีส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้ขายหลายคนไม่ยอมส่งของทางอื่นนอกจาก EMS คือส่งแล้วของไม่ถึง (ซึ่งอาจจะถึงแต่อำ หรือตกหล่นที่ไหนอยู่จริงแต่เช็คไม่ได้)คนซื้อเลยร้องเรียน paypal จึงชดใช้เงินบางส่วนและปิดบัญชีผู้ขายรายนั้นทันที (เพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน ต่อให้มีใบเสร็จการส่งแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าของข้างในใช่ของนั้นจริงๆ) ผู้ขายจึงส่งแบบ EMS ที่มีหลักฐานการส่งชัดเจนและของเสียก็เคลียร์กับ EMS ได้เลยค่ะ

ffman ไม่ค่อยชอบ EMS เพราะแพง เวลาให้ส่งทางเรือ ผู้ขายมักจะขอให้โอนเงินผ่าน Western Union ซึ่งเคลมแบบ paypal ไม่ได้ค่ะ ปลอดภัยกว่าเยอะ แต่เราก็จะเสี่ยงมากขึ้นค่ะเพราะเกิดเบี้ยวขึ้นมาก็ไม่รู้จะแจ้งใครเหมือนกัน


พอหอมปากหอมคอนะคะ มีคำถามเพิ่มเติมโปรดใช้อีเมล์ค่ะ โพสข้างล่างโอกาสตอบน้อยมากเพราะไม่ค่อยได้อ่านค่ะ (ชั่วแล้วไง)

เอาไว้มีเวลาจะถ่ายรูปแดเนียลมาให้อีกนะคะ

ที่จริงได้ชุดทหารมาแล้ว แต่ท่านที่ติดตามคงทราบดีว่าร้านตัดชุดในไทยร้านนี้ตัดแย่มากชนิดที่ ffman เซ็งไปหลายเดือนเลยค่ะ ทำใจได้แล้วจะแปะให้ดูนะคะ ^^


edit @ 2007/07/25 14:32:09